everlasting life
posted on 26 Jul 2008 02:54 by ployyomotaroeverlasting life
จะดีแค่ไหนถ้าคนเรามีชีวิตที่เป็นอมตะและเป็นหนุ่มไปตลอดกาล ไม่ต้องกังวลกับโรคภัยไข้เจ็บ ไม่มีใครทำร้ายคุณได้ อยู่อย่างปลอดภัยไปตลอดกาล ถึงแม้คุณจะเป็นคนชอบทำอะไรเสี่ยงๆก็ตาม ทั้งหน้าที่การงาน ฐานะ ลาภยศ เงินทอง ไม่มีความสำคัญเลย ผมคิดว่ามันเหมือนพรที่วิเศษสุดๆจากพระเจ้าและผม เป็นเพียงไม่กี่คนบนโลกนี้ ที่ได้รับพรนั้น จากการแข่งขันเพื่อช่วงชิงยาแห่งความเป็นอมตะนั้นมา ยานี้กล่าวขานว่านำลงมาจากสวรรค์เพื่อให้แด่มนุษย์ที่คู่ควร หากแต่การประลองไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันที่วัดด้วยกำลังกาย ฝีมือการต่อสู้ และสติปัญญา แต่ยังวัดกันด้วยจิตใจที่ดีงาม หลายคนมีครบทุกอย่างต่ขาดข้อนี้ไปทำให้พวกเขาต้องพ่ายแพ้ไปโดยไม่มีเงื่อนไข ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจนะว่าองค์ประกอบที่กล่าวมานั้น ผมมีครบหรือไม่ แต่นั่นผมก็เป็นเพียงไม่กี่คนที่ได้ยานี้มาครอบครอง ตอนนั้นผมอายุเพียง 17 ปี และเข้าแข่งขันตามคำสั่งของอาจารย์เพื่อวัดความแข็งแกร่งของจิตใจและร่างกาย มีผู้คนมากมายมเข้าร่วมการประลอง ตอนนั้นผมไม่แน่ใจว่าจะมีผู้ชนะกี่คน เมื่อผมได้รับชัยชนะการต่อสู้ครั้งหนึ่งครั้งต่อไปก็จะเริ่มต่อ จนเหลือเพียงคนจำนวนหนึ่ง หนึ่งในนั้นมีทั้งเพื่อนร่วมสำนักและอาจารย์ของผมเอง ผมไม่อาจต่อสู้กับผู้มีพระคุณและเพื่อนของผมได้ ทุกคนต่างยืนนิ่งและได้แต่จับจ้องกัน ไม่มีการต่อสู้ ไม่มีใครรู้ถ้าหากมีคนนึงเปิดฉากการต่อสู้ขึ้น คนที่เหลือจะทำอย่างไร ในเมื่อชัยชนะอยู่แค่เอื้อมและไม่มีใครรู้จำนวนผู้ชนะที่แท้จริง ในขณะที่ทุกคนก็อ่อนแรงเต็มที ยังมีคู่ต่อสู้ที่ผมไม่รู้จัก เพราะเขาไม่ใช่เพื่อนร่วมสำนักของผม เข้าจู่โจมผมคงเพราะเห็นว่าร่างกายผมบาดเจ็บสาหัสที่สุด การชิงลงมือก่อนอาจเป็นความคิดที่ฉลาดและเขาก็ฉลาดที่จะเขี่ยคนที่อ่อนแอที่สุดอย่างผมออกไปก่อน ผมล้มลงลุกขึ้นสู้ต่อแทบไม่ไหว ทันใดนั้น ก่อนที่เขาจะลงมือจัดการผม มือที่สาม ที่สี่ ที่ห้า ยื่นมือมาช่วยผมก่อนที่ผมจะตาย ผมเงยหน้าดู เขาเหล่านั้นคือเพื่อนและอาจารย์ร่วมสำนักของผมเอง และเขาก็ต้องพ่ายแพ้ไปเพราะไม่อาจต้านทานเรี่ยวแรงของคนหลายคนที่ผสานกัน ผมได้แต่นอนดูภาพเพื่อนๆที่ช่วยเหลือ ผมอยากจะกล่าวคำขอบคุณแต่สภาพร่างกายผมในตอนนั้นไม่อาจพูดอะไรออกมาได้ สุดท้ายทุกคนเข้ามาหาผม ถามอาการและพยายามช่วยเหลือผม และนี่คือบททดสอบสำคัญของการประลองนี้ หากแต่ชัยชนะไม่ใช่การฆ่าฟันกัน แต่คือการทดสอบถึงระดับจิตใตที่สูงกว่า และนั่นก็คือชัยชนะของทุกคน มิตรภาพต่อเพื่อนร่วมสำนัก ความกตัญญูที่ลุกศิษย์ต่างมีต่ออาจารย์ และความไม่โลภ ทำให้ทุกคนต่างได้รับผลตอบแทนแห่งชัยชนะอย่างเท่าเทียมกัน ตอนนั้นผมถูกคู่ต่อสู้เล่นงานจนร่างกายบอบช้ำเต็มทน รางวัลแก่ผู้ชนะจึงถูกนำมาใช้ทันทีเพื่อความอยู่รอด หลังจากผมกลืนยาลงไปผมสลบไป 1 เดือน และกลับฟื้นขึ้นมาดั่งเกิดใหม่ ทั้งบาดแผลและกระดูดที่หักดูไม่มีร่องรอยและอาการว่าผมเคยบาดเจ็บสาหัส นี่คงเป็นฤทธิ์ของยาสวรรค์ล่ะมั้ง และนี่ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตอมตะของผมด้วยหลายปีผานไป ผมจำวันเดือนปีไม่ค่อยจะได้แล้วสิ ชีวิตของผมผ่านไปอย่างช้าๆ คอยดูโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆสู่ยุคสมัยที่เปลี่ยนใหม่ๆที่ผมต้องปรับตัว และชีวิตอมตะได้ทำให้ผมรู้ถึงความเหงา เศร้า เมื่อคนที่ผมรู้จักค่อยๆหายไปทีละคน .......50 ปี แรก ผมทุ่มเทชีวิตและดูแลคนในครอบครัวของผม พ่อ แม่พี่น้อง ผมยอมทำงานหนักเพื่อตอบแทนบุญคุณของท่าน ความเหนื่อยเป็นสิ่งที่ผมแทบจะไม่รู้สึกเลย เพราะผมยังคงหนุ่มอยู่ตลอดด้วยล่ะมั้ง ผมต้องรีบดูแลพวกเขา เพราะเขามีสิทธิ์จะจากผมไป โดยที่ผมไม่อาจรั้งไว้ได้ จากพ่อแม่ สู่พี่น้อง สู่หลานของและเหลนของผม แต่ความหนุ่มของผมยังคงเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจของหลานๆจนผมไม่อาจดูแลได้อย่างใกล้ชิดเหมือนพ่อแม่ ผมดูแลพวกเขาจนแน่ใจแล้วว่าพวกเขาจะดูแลกันเองได้ ผมจึงค่อยๆถอยห่างออกมา และ 50 ปีหลังจากนั้นคนในครอบครัวที่ผมรักและใกล้ชิดแทบไม่มีใครยังอยู่กับผม ความตายเป็นสิ่งพรากพวกเขาไปจากผม หากต้องอยู่อย่างเดียวดายการมีชีวิตอยู่อย่างอมตะจะมีประโยชน์อะไร หลังจาก 50 ปีผมจึงมองหาคนที่จะมาเติมเต็มความเดียวดายของผมให้กลับมาชีวิตดังเช่นคนทั่วไป จนผมพบกับเธอ ผู้หญิงแปลกหน้า เธอทำให้ผมรู้จักกับความรักและการมีคู่ครอง ผมพบเธอขณะทำงาน เรียนรู้นิสัยกันอยู่หลายปี จนเราตกลงตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ผมดูแลเธออย่างดี เป็นอีกครั้งที่ผมได้ทำให้คนที่ผมรักมีความสุขและผมก็มีความสุขด้วย แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ โรคประจำตัวของเธอทำให้เธอต้องนอนป่วยอยู่ในบ้านเสมอ ผมอยากจะแบ่งเวลาที่ผมมีมากเหลือเกินให้กับเธอบ้าง ถ้าเทียบกันแล้วช่วงชีวิตของผมกับเธอแตกต่างกันสิ้นเชิง ชีวิตที่แสนสั้นและบอบบางของเธอได้จากผมไปในที่สุด เป็นอีกครั้งที่ผมเสียใจเกินกว่าจะรับได้ ถึงแม้ชีวิตที่ผ่านมาแสนนานของผมจะเห็นคนรักและคนที่รู้จักต้องตายจากไปมากมายแล้วก็ตาม ผมอยู่กับเธอมาเกือบ 15 ปี และแล้วผมก็ต้องใช้ชีวิตอย่างเดียวดายอีกครั้ง ผมคงไม่อาจทำความรู้จักกัมคนใหม่ๆได้ง่ายนัก บางทีผมก็อาจจะแก่เกินที่จะเรียนรู้และรู้จักคนใหม่ๆ ตอนนี้ผมก็เป็นตาแก่อายุเกือบ 90 ปีแล้วถึงแม้สภาพร่างกายของผมจะยังดูหนุ่มก็ตาม โลกสมัยที่เปลี่ยนไปจนทำให้ผมต้องติดตามความเปลี่ยนแปลงให้ทัน ผมย้ายที่อยู่ทุกๆ 10 ปี เพื่อไม่ให้มีใครสงสัยในสภาพร่างกายของผมที่คงที่ และนี่ก็ครบอีก 10 ปี แล้วที่ผมต้องเดินทางย้ายที่อยู่ไปยังที่ที่ไม่มีใครรู้จักผม ผมย้ายกลับมายังเมืองบ้านเกิดของผม เวลาซึ่งผ่านไป 100 กว่าปี ทำให้ไม่มีใครรู้จักผมในตอนนี้แล้ว แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิด...เมื่อผมกลับมาถึง ผมพบกับกลุ่มคนที่ผมรู้จักพวกเขา ช่วงเวลาหนึ่งที่ผมต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว คนที่เมื่อผมพบหน้าพวกเขาผมร้องไห้ ดีใจ ผมไม่มีอาการแบบนี้มานานเท่าไหร่กันแล้วไม่รู้ อาการอย่างมนุษย์ปกติทั่วไป มีหัวเราะ ดีใจ ร้องไห้ เสียใจ ผมใช้ชีวิตเรื่อยๆไปวันๆ หลังจากคนรักคนสุดท้ายของผมจากไปผมก็แทบไม่มีความรู้สึก ทุกข์ หรือสุข ใดๆ อีกเลย พวกเขาคือเพื่อนร่วมสำนักและอาจารย์ของผมเอง ช่วงเวลาแห่งความยาวนานในความโดดเดี่ยวของผมจบลงเสียที เมื่อผมพบเพื่อนที่จะมีชีวิตไปกับผมตลอดไป.....อัพบลอกได้ยาวสุดๆในชีวิตละ แบบว่าลงเรียนวิชาเขียนบทเลยเอาบทที่เขียนมาลงบลอกช่วยติชม คงไช่เรื่องที่ดีนักเพราะคั้นออกมาภายใน 1 คืน ถ้าขี้เกียจอ่านก้อ...พักไว้ก่อนแล้วค่อยมาอ่านใหม่ -..-
edit @ 26 Jul 2008 03:03:39 by พลอย
http://pupe.jp/profile/su0ws94BRsLU/